HOME  l  ARTICLE  l  PORTFOLIO  l  ABOUT  l  CONTACT
 
 
 
 
  page 3 of 5 < prev :: next >  
 

Review SIGMA 10-20mm f/4.0-5.6 EX DC HSM [ page:3 ]


• • • ทดสอบ SIGMA 10-20mm f/4.0-5.6 EX DC HSM  • • •

• ช่วงเลนส์ระยะที่ 10mm ถึง 20mm

... เลนส์ตัวนี้ เป็นเลนส์ที่มีช่วงระยะรับภาพกว้างที่สุดในกลุ่มของบรรดาเลนส์ Super Wide
นั่นคือ ระยะกว้างเริ่มต้นอยู่ที่ 10mm ส่วนซูมปลายจะอยู่ที่ 20mm
(เมื่อคูณกับกล้องอย่าง Nikon (FOV 1.5x) ก็จะกลายเป็นช่วงเริ่มต้นที่ 15mm – 30mm)
(เมื่อคูณกับกล้องอย่าง Canon (FOV 1.6x) ก็จะกลายเป็นช่วงเริ่มต้นที่ 16mm - 32mm)


แม๊ ... มันได้ระยะกว้างกว่าเจ้า Fisheye 16mm ที่ผมมีอยู่ด้วยซ้ำ แต่อย่างว่า เรื่อง ‘ องศาการรับภาพ ’ ก็ต้องว่ากันอีกเรื่องนึงนะ
ไม่ใช่ว่า เห็นช่วงมันกว้างกว่าเลนส์ Fisheye แล้วรูปที่ถ่ายออกมาจะโค้งเป็นตาปลาซะเมื่อไหร่หล่ะ อย่าพึ่งเข้าใจผิดไป
เพราะเลนส์ Fisheye กับ เลนส์ Super Wide มันสร้างออกมาใช้งานต่างกัน ที่สำคัญ “องศาการรับภาพ” มันก็ต่างกันด้วย !!!
(ที่ 16mm เหมือนกัน เมื่อเสียบกับกล้องดิจิตอล ยังไงซะ Fisheye ก็กว้างกว่า ... )


... ช่วงระยะซูมที่ 10 มม. ถึง 20 มม ของเลนส์ตัวนี้ ทำให้ใช้งานได้สะดวก
สามารถเก็บซัปเจคที่ต้องการ รวมถึงองค์ประกอบรอบๆ ได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งเป็นเลนส์ซูมด้วยแล้ว ทำให้ ง่ายเข้าไปใหญ่ เพียงแต่ซูมเข้า-ซูมออก
แล้วจัดองค์ประกอบเท่านั้นเอง ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนเลนส์เหมือนอย่างพวกเลนส์เดี่ยว ...


... เลนส์ที่กว้างๆแบบนี้แหล่ะ จะทำให้มุมรับภาพที่ได้ดูแปลกตา และสามารถใช้กับงานได้หลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ ภาพข่าว ภาพสารคดี หรือ ภาพแนวสถาปัตย์ก็ตาม
หรือแม้แต่การเก็บบรรยากาศในสถานที่คับแคบ ที่ผู้ถ่ายไม่สามารถถอยหลังได้อีกแล้ว เลนส์กว้างๆแบบนี้จะช่วยได้
ส่วนภาพที่ได้จากเลนส์มุมกว้างๆแบบนี้นั้น จะดูอลังการงานสร้างมากกว่ารูปถ่ายจากเลนส์ปกติทั่วไป ...


มาดูกันหน่อยแล้วกันนะ
ว่าช่วง 10 mm. ถึง 20 mm. ของเลนส์ตัวนี้ ทำได้ขนาดไหน ....

ผู้เขียนกางขาตั้งถ่ายจากจุดเดียวกัน
แล้วเปลี่ยนระยะซูมที่ 10, 12, 14, 17, 20 มม. ตามลำดับ
ลองสังเกตุถึงความแตกต่างของระยะการรับภาพดูแล้วกัน
(รูปอาจจะเล็กและแตกไปนิดนะ
เพราะต้องบีบไฟล์เพื่อนำมาลงในกระทู้ได้)

 

:: อย่างแบบรูปนี้ ถ่ายที่ 10มม เก็บมาได้ตั้งแต่พื้นยันเพดานเลย ... เกินกว่ามุมที่สายตาเรามองเห็นซะอีก ::

. . . .
. . .
. .
.

• Distortion

... เรื่อง Distortion, Perspective และ Sharpness ของเลนส์ตัวนี้
จะขอเน้นแค่ช่วง 10mm กับ 12mm เท่านั้นนะ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่คนสนใจมากที่สุด
เพราะแน่นอนว่า คนที่ซื้อเลนส์พวกนี้มาใช้ ก็หวังจะเล่นให้มันกว้างสะใจซะเป็นส่วนมาก
ที่สำคัญเนื่องจากที่ช่วงระยะ 10mm เป็นช่วงที่กว้างสุดของเจ้าเลนส์ตัวนี้
ส่วนระยะที่ 12mm ก็เป็นช่วงเปรียบเทียบของเลนส์ Super Wide ยี่ห้ออื่นได้
เอาไว้ให้เพื่อนๆที่สนใจ ประกอบในการตัดสินใจ ...


ที่ 10mm
จะเกิดดิสทรอยชั่นแบบโค้งเข้า หากวางเส้นขอบฟ้าไว้ที่ขอบภาพหรือปริ่มๆภาพ เมื่อถ่ายรูปในระยะใกล้
ส่วนที่ระยะไกลหรือระยะอินฟินิตี้ ดิสทอร์ชั่นมีน้อยจนดูไม่ค่อยออกหรือมีผลต่อภาพน้อยมาก
Perspective มีให้เห็นแน่ๆ แต่ไม่ได้มากมายจนน่าเกลียด เป็นไปตามลักษณะของเลนส์ Super Wide ปกติทั่วไป
ซึ่งจะมีอาการลู่เข้าหาจุดศูนย์กลาง ไม่ได้ดูผิดปกติอะไร เป็นเหมือนกันหมดแหล่ะครับสำหรับเลนส์มุมกว้างๆ ทุกตัว

ที่ 12 mm
ทำได้ดีขึ้นกว่าช่วง 10mm อย่างเห็นได้ชัด
ดิสทอร์ชั่นมีน้อยมากๆ แทบไม่มีอาการบิดเบี้ยวแม้จะวางเส้นขอบฟ้าไว้ใกล้กับขอบภาพ
ผมว่าโอเชเลยที่ช่วงนี้ ดิสทอร์ชั่นทำได้ยอดเยี่ยมสำหรับเลนส์ประเภท Ultra Wide Angle
รับรองได้ว่า ในช่วงเดียวกันที่ 12mm เลนส์ตัวนี้ไม่เป็นรองใครแน่ๆ

ที่ช่วงตั้งแต่ 14mm - 20mm
เลนส์ตัวนี้ไม่มีปัญหาเรื่องดิสทรอยชั่น ทำได้ดีเยี่ยมทีเดียว
แต่ Perspective ยังมีให้เห็นที่ช่วงขอบรูป ส่วนที่กลางรูปแนวระนาบเดียวกับเลนส์ทำได้ดี

... จากที่ลองใช้งานร่วมกับกล้อง Nikon D70 มาหลายๆรูป ทำเอาผมแปลกใจ และพอใจกับรูปของมันนะ
ส่วนตัวแล้ว ผมว่าที่ช่วง 10mm มันทำได้ดีแล้วหล่ะ ไม่ได้ดูแย่อย่างที่คิดไว้ในตอนแรกเลย
ดิสทอร์ชั่นที่ 10มม. มีให้เห็น แต่ถือว่าน้อยแล้ว จนไม่น่าเชื่อว่าหน้าเลนส์แค่ 77มม จะทำได้ขนาดนี้ ...
... ฉะนั้น ใครที่คิดจะซื้อมาใช้ ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่าเลนส์ตัวนี้ Distortion จะเยอะจนน่าเกลียด
เพราะที่ระยะเริ่มต้น 10mm ของเลนส์ตัวนี้ ถือว่ากว้างมากๆ กว้างที่สุดในบรรดาเลนส์ประเภทนี้แล้ว
ค่าความบิดเบื่อนต่างๆ อาจเห็นได้ในช่วงนี้ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรเลย ...

ลองคิดดูแล้วกัน เมื่อใช้งานกับกล้อง D-SLR ที่มีตัวคูณ 1.5
จะได้เป็น 15mm (ระยะเริ่มต้นของ Sigma10-20)
เทียบกับ 18mm (ระยะเริ่มต้นของ Nikon12-24 หรือ Tokina124)
15mm กับ 18mm มันต่างกันเลยนะนั่น???

... มันก็เหมือนเราได้องศาการรับภาพ เพิ่มขึ้นมาฟรีๆ ในช่วง 10mm เพราะเลนส์ตัวอื่นมันเริ่มที่ 12mm นั่นเอง
แต่ถ้าใช้ช่วงซูมที่ 12mm (ที่เป็นช่วงเริ่มต้นเหมือนๆกับเลนส์ตัวอื่น) ดิสทอร์ชั่นที่ได้จากเลนส์ซิกม่าตัวนี้
ดีเยี่ยมเลยทีเดียว !!!

ที่ช่วง 10mm มีดิสทอร์ชั่นให้เห็นหากถ่ายในระยะใกล้ แต่ที่ระยะอินฟินิตี้จะเห็นน้อยลงเมื่อเทียบกับเลนส์ไวด์บางตัว
ส่วนที่ช่วง 12mm ทำได้ดีทีเดียว !!!

. . . .
. . .
. .
.

 

• Perspective

... Perspective จะมีลักษณะลู่เข้าสู่จุดศูนย์กลางภาพ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์มุมกว้างทั่วไป
และจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการใช้เลนส์มุมกว้างควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะการวางระนาบกับวัตถุ การก้ม-เงยของกล้อง
รวมไปถึงระยะจากหน้ากล้องถึงวัตถุ หรือ หากเปลี่ยนทางยาวโฟกัสของเลนส์ เช่น การซูมเข้า-ซูมออก
Perspective ก็จะเปลี่ยนไปมากน้อยตามลำดับ ...

Perspective @ 10mm SIGMA 10-20 f/4-5.6 EX DC HSM @ 10mm with C-PL

Perspective @ 20mm SIGMA 10-20 f/4-5.6 EX DC HSM @ 20mm with C-PL

. . . .
. . .
. .
.

• ความคมชัด

... ช่วงซูมที่ 10mm
ที่ f/4 ความคมชัดบริเวณจุดโฟกัสทำได้ดีอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนที่ขอบภาพมีเบลอเล็กน้อยถึงน้อยมาก
ที่ f/8 ความคมชัดที่ช่วงกลางภาพทำได้ดีมาก และทำได้พอใจที่ขอบภาพ
ที่ f/16 ความคมชัดยังทำได้ดีแบบต่อเนื่อง ทั้งบริเวณกลางภาพและขอบภาพ

... ช่วงซูมที่ 12mm
ที่ f/4.5 ความคมชัดช่วงกลางภาพดี ส่วนขอบภาพทำได้น่าพอใจ
ที่ f/8 ช่วงกลางภาพและขอบภาพทำได้ดีขึ้น
ที่ f/16 ความคมชัดทำได้ดีมาก ทั้งช่วงกลางภาพและขอบภาพ

... ช่วงซูมที่ 14-20mm
ที่ค่ารูรับแสงกลางๆ ความคมชัดช่วงกลางภาพและช่วงขอบภาพทำได้ดีมาก

... ในหลายช่วงซูมของเลนส์ตัวนี้ ที่รูรับแสง f/4 – f/6.3 ภาพคมชัดที่สุดอยู่ที่จุดโฟกัส
(มันก็แน่อยู่แล้วหล่ะ ลองโฟกัสแล้วจุดนั้นไม่ชัด ใครจะซื้อฟะ)
ที่ช่วงกลางภาพโดยรวมทำได้ดีมาก จนน่าพอใจ
ส่วนที่ขอบภาพ ความคมชัดทำได้พอใช้ในช่วง 10mm และะดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อซูมเข้าไปที่ 17mm
(เล่นเอาผมแปลกใจเลย ตอนแรกนึกว่าจะเบลอขอบที่ช่วง 10mm ที่ไหนได้ช่วงขอบภาพของเลนส์ตัวนี้ ทำได้ดีจนไม่น่าเชื่อ)
... ที่รูรับแสง f/8 - f/11 จะเป็นช่วงรูรับแสงที่ดีสุดของเลนส์ ในสภาพแสงดีๆ
ความคมชัดของรูปภาพทีถ่ายมาช่วงกลางภาพจะทำได้ดีถึงดีมาก ส่วนช่วงขอบรูปทำได้ดีน่าพอใจ
ยิ่งช่วง f/11 ยิ่งทำได้ดีมาก ...

... เรียกได้ว่า ความคมชัดของเลนส์ ตัวนี้ สอบผ่านสบายๆครับ
ตามสไตร์เลนส์เกรดโปรของ SIGMA ซึ่งจะขึ้นชื่อในด้านนี้อยู่แล้ว . . .

. . . .
. . .
. .
.

• แฟลร์ (Flare)

... อัตราการเกิดแฟลร์ของเลนส์ตัวนี้ ค่อนข้างมีน้อยแต่ก็พอมีให้เห็นบ้างในบางภาพ
หลายครั้งในการทดสอบ ผมถ่ายโดยจะไม่ใส่ฮูดเพื่อเป็นการเทสแฟลร์ของเลนส์ตัวนี้ไปในตัว
ลองถ่ายย้อนแสงก็หลายรูป วางต้นกำเนิดแสงไว้ทั้งมุมภาพและกลางภาพ ก็หลายรูป ...
... หลังจากกลับมานั่งดูรูปที่ได้ แฟลร์ของเลนส์ตัวนี้มีน้อยมาก
แต่มีให้เห็นบ้างหากถ่ายย้อนแสงแบบจังๆ เลยได้รูปนี้เอามาให้ดูกัน ...


Sigma 10-20 ตัวนี้ ค่อนข้างจะควบคุมการเกิดแฟลร์ได้ดี เมื่อเทียบเลนส์อีกหลายตัวที่ผมลองเล่นมา ...


:: SIGMA 10-20 f/4-5.6 EX DC HSM @ 12mm without Hood & without Filter ::

. . . .
. . .
. .
.

• อาการติดขอบ vignette

... อาการติดขอบที่มุมภาพ หรืออาการ Fall Off ของแสงตรงมุมภาพทั้ง 4 ของเลนส์ที่มีมุมรับภาพกว้างมากๆนั้น
ถือเป็นเรื่องที่พบได้ปกติ โดยเฉพาะเมื่อเปิดช่องรับแสงกว้างสุดจะยิ่งเห็นได้ชัด
จนทำให้ไม่รู้สึกแปลกหรือน่าตกใจเท่าไหร่ หากจะเกิดกับเลนส์มุมกว้างๆแบบนี้
อยู่ที่ว่ามันจะ มากน้อยขนาดไหน ??? รับได้รึไม่เท่านั้นเอง???
ขนาด Nikon 18-70 ก็ยังเป็น ทั้งๆที่เป็นเลนส์ค่าย แล้วมันเริ่มที่ช่วงแค่ 18mm ด้วยซ้ำ ...


สำหรับเจ้า Sigma 10-20mm ตัวนี้
ผมเคยคิดไว้ตอนแรกที่ยังไม่ได้เทส ว่ามันคงจะมีอาการติดขอบมืดที่ช่วงกว้างสุดเหมือนๆกัน

แต่พอเอาเข้าจริงๆ เลนส์ตัวนี้กลับแก้ไขในเรื่อง Vignette ได้ดี!!!

ผมทดสอบโดย “ไม่ใส่ฟิลเตอร์” ทุกชนิด ตลอดการทดสอบภาพถ่ายทุกบทความ
โดยเปิดใช้โหมด A ถ่ายภาพท้องฟ้าโล่งๆ ที่หลายๆช่วงซูม แล้วปรับค่ารูรับแสงไล่ไปเรื่อยๆ ผลที่ได้คือ
ที่ช่วง 10mm หากเปิดรูรับแสงกว้างสุดจะมีอาการขอบมืดที่มุมภาพให้เห็นบ้างเล็กน้อย แทบมีผลกับรูปน้อยมาก
ที่ช่วง 12mm เป็นต้นไป แม้จะเปิดรูรับแสงกว้างๆ แต่อาการนี้แทบไม่มีให้เห็นเลย

แต่ถ้า “ใส่ฟิลเตอร์ * ” ไม่ว่าจะเป็น UV Filter หรือ C-PL Filter (ช่วงถ่ายเล่น ไม่ได้เทสจริงจัง)
ที่ช่วง 10mm เปิดรูรับแสงกว้างสุด จะเห็นขอบมืดขึ้นมาอีกนิดหน่อยเมื่อเทียบกับตอนไม่สวมฟิลเตอร์
แต่น้อยมากๆ จนแทบไม่ผลต่อภาพที่ถ่ายเลย
เรื่องพวกนี้ แก้ไขเพียงเปิดรูรับแสงให้แคบขึ้นซัก 1/2 -1 สตอป
หรือ ถ่ายเป็น RAW แล้วนำไปปรับแก้ในโปรแกรมแต่งรูปก็ได้
อาการ vignette พวกนี้จะหายไป
ส่วนช่วงอื่นๆไม่มีปัญหา

แถมการถ่ายรูปในสถานการจริงๆของเลนส์พวกนี้ ส่วนมากก็เล่นกันที่รูรับแสงกลางๆอยู่แล้ว
ทำให้ยิ่งไม่ค่อยน่ากังวลสำหรับอาการที่กล่าวซักเท่าไหร่ ...

* Filter ที่ผู้เขียนใช้ในการถ่ายรูป คือ
Filter UV ยี่ห้อ SIGMA รุ่น EX หน้า 77mm ขอบบาง
Filter C-PL ยี่ห้อ B+W รุ่น Circular Polarizer MC หน้า 77mm ขอบบาง


จากหลายๆรูป ที่ผมได้ทดลองถ่ายมา แถมต้องเพ่งดูรูปจนตาแทบหลุดจากเบ้า
ผมว่าเรื่อง vignette ของเลนส์ตัวนี้ทำได้ดีแล้วหล่ะ สำหรับพวก Ultra Wide Lens !!!
(ซึ่งไม่ตรงกับรีวิวของต่างประเทศซักเท่าไร แต่ผมไม่สนใจหรอกนะว่าใครจะว่ายังไง
เพราะใช้มาเองกับมือ แล้วมันรู้สึกแบบนี้จริงๆ ...)

... รูปข้างล่างนี้ ครอปมาจากภาพบน ไม่ได้ปรับอะไรเลย และไม่ได้ใส่ Sharpen ใดๆทั้งสิ้น
เพียงแค่ย่อภาพมาอย่างเดียว เพื่อนำมาวางในกระทู้ได้
โดยจะเห็นว่าภาพมีการไล่โทนจากช่วงมุมธรรมดาไปจนถึงมุมโพลาไรซ์
ลองสังเกตมุมภาพทั้งซ้ายและขวา ดูเองแล้วกัน ...

:: SIGMA 10-20 f/4-5.6 EX DC HSM @ f/4, f/4.5, f/5.6, f/6.3, f/8, f/11 without Hood & without Filter ...

:: รูปนี้เป็นอีกหนึ่งที่เทส Vignette เพราะฟ้าสองด้านไล่แสงไม่เท่ากัน ทำให้สังเกตุได้ง่าย::
:: SIGMA 10-20 f/4-5.6 EX DC HSM @ 10mm f/4 (without Hood & without Filter) ::

... เลนส์ประเภท Ultra Wide นั้น เป็นเลนส์ที่สามารถเก็บท้องฟ้ามาได้เป็นวงกว้าง
หากเจอท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าเรียบเสมอกันทั้งแผ่น (หรือที่นักถ่ายภาพเรียกกันว่า ฟ้าใสดิ๊กๆ)
ภาพที่ได้จะเกิดการไล่โทนสี ทำให้มองดูเหมือนมี Vignette
แต่จริงๆแล้ว เป็นการเก็บฟ้าช่วงด้านบนมาไม่ครบทั้งแผ่นเท่านั้นเอง ...

:: SIGMA 10-20 f/4-5.6 EX DC HSM @ 10mm f/5.6 (without C-PL Filter) ::

. . . .
. . .
. .
.

• ขอบม่วง Chromatic Aberration (CA)

... “อาการขอบม่วง” หรือที่บางคนเรียกว่า “อาการเหลื่อมของสี”
มีปรากฏให้เห็นเหมือนกันแต่ไม่มาก จะมีเพียงบางรูปเท่านั้นที่ขึ้นมาให้เห็น
หากเปิดค่ารูรับแสงที่ f กว้างสุด ภาพในส่วนที่ย้อนแสง จะมีให้เห็นบ้างประปราย
ไม่ได้ถือว่าเยอะมากอะไรเลย เมื่อใช้ในสถานการณ์จริง ...

... จากที่ผมถ่ายมาตลอดการทดสอบของเลนส์ตัวนี้ (ยิงไปประมาณพันกว่าช็อต)
กว่าจะเอารูปมาให้ดูเรื่อง CA ได้ ... เลือดตาแทบกระเด็น (ต้องดูรูปเยอะมาก)!!
แถมหายากที่สุดในบรรดาทุกหัวข้อที่เขียนมาเลย ...

:: เลนส์ SIGMA 10-20 ตัวนี้ แก้ไขปัญหาเรื่อง CA ได้ดีทีเดียว ::

. . . .
. . .
. .
.

• การถ่ายทอดสีสัน

... สำหรับสีสันที่ได้จากเลนส์ SIGMA 10-20 ตัวนี้
ความอิ่มตัวของสีมีสูง สีแน่นดี คอนทราสอยู่ในระดับกลางๆ ไม่จัด ไม่อ่อน
คอนทราสของตัวนี้ จะคล้ายๆกับเลนส์ค่ายอย่าง Nikon12-24 มากๆ แต่ไม่หนักแน่นเท่า
ภาพจากเลนส์ SIGMA 10-20 ความสว่างจะดูตุ่นกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Nikon12-24
(ผู้เขียนคิดว่า อาจเนื่องมาจากเลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ที่รูรับแสงไม่คงที่)
แต่แทบจะดูไม่ออก หากไม่นำมาเทียบกันช็อตต่อช็อต
และภาพของเลนส์ตัวนี้จะ ติดเหลืองเล็กน้อย เมื่อเจอสภาพแสงแดดจ้าๆจัดๆ!!!


... จริงๆแล้ว เรื่องของสีสัน ต้องเทสผ่าน GRAY SCALE
ถึงจะบอกได้ว่าเลนส์ตัวนี้คอนทราสเป็นยังไง หรือถ่ายทอดสีสันออกมายังไง?
ซึ่งมันดูแล้วไฮโซไปสำหรับคนโลโซแบบผม (ก็ที่บ้านไม่มี Gray Scale นี่)
เลยเอาประสบการณ์ส่วนตัวตัดสิน แล้วมาเล่าให้ฟัง . . .


... ยิ่งสมัยนี้แล้ว เรื่องการ Procress มีผลต่อรูปถ่ายของกล้องดิจิตอลมากๆ
ยิ่งเลนส์ในระดับเดียวกัน เรื่องของสีสันจะแตกต่างกันน้อยมาก
(ส่วนมากจะไปต่างกันที่ ความอิ่มตัวของสี กับคอนทราสซะมากกว่า)
หากอยากได้แบบไหนที่ถูกใจ ??? จะแป๋นๆ จะทืมๆ
PhotoShop ช่วยท่านได้ เชื่อเถอะ !!!

. . . .
. . .
. .
.

 
  page 3 of 5 < prev :: next >  

 

copyright @ by sayyeseasy.com