Review SIGMA 10-20mm f/4.0-5.6 EX DC HSM [ page:2 ]
SIGMA ได้ออกเลนส์ช่วง Super Wide Angle มา 2 ตัวคือ
SIGMA 12-24mm f/4.5-5.6 EX DG HSM
SIGMA 10-20mm f/4.0-5.6 EX DC HSM
... ตัว SIGMA 12-24 นั้น มีดีคือ สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องดิจิตอลและกล้องฟิล์ม (รหัส DG)
โดยที่มุมรับภาพ ยังได้ในช่วงกว้างสุดอยู่ที่ 12 mm. ไม่ติดขอบมืด
เรียกได้ว่า ถ้าเอาตัวนี้มาเล่นกับกล้องฟิล์มก็ กว้างกระจาย เลยนั่นแหล่ะ
แต่ข้อเสียของมัน คือ หน้าเลนส์ที่ใหญ่ขนาด 82 mm. นี่เอง
และด้วยเลนส์ที่ยื่นโค้งนูนออกมา จึงไม่สามารถใส่ฟิลเตอร์ได้
ทำให้คนที่ชอบเล่นกับ Filter ด้วยแล้ว จำต้องอำลาเลนส์ตัวนี้ไปด้วยน้ำตา ...
... ส่วนตัวล่าสุดที่ทำออกมา คือ SIGMA 10-20mm f/4.0-5.6 EX DC HSM
ตัวนี้ หน้าเลนส์จะอยู่ที่ 77มม. ซึ่งเป็นขนาดของฟิลเตอร์ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด
แต่ SIGMA 10-20mm ตัวนี้ สร้างมาสำหรับกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะ (รหัส DC)
ส่วนที่ว่า ถ้านำมาเสียบกับกล้องฟิล์มแล้วติดขอบหรือไม่นั้น ? ไม่ต้องเถียงกันให้ปวดหัว
เดี๋ยวผมจะรีวิวให้ดูกัน โดยการถ่ายจากกล้องฟิล์มทุกช่วงซูมของมัน ให้รู้กันไปเลย ...
สเปคของ SIGMA 10-20mm f/4.0-5.6 EX DC HSM
Super wide angle 10-20mm zoom
Angle of View 102.4องศา - 63.8องศา (102.4องศา at 10mm and 63.8องศา at 20mm)
Filter size: 77mm
Hood: Petal
Minimum Focusing Distance: 24cm - 9.4 in
Aperture range: f/4 - f/22
Maximum Macro Reproduction Ratio 1:6.7
Weight: 470 grams - 16.5 oz.
แปลเป็นไทยได้ว่า...
เป็นเลนส์ซูม โคตรกว้าง มีช่วงทางยาวโฟกัสอยู่ที่ 10-20mm
องศารับภาพ ที่ช่วง 10มม อยู่ที่ 102.4 ส่วนช่วง 20มม อยู่ที่ 63.8
หน้าเลนส์ และ ฟิลเตอร์ที่จะหามาใส่ได้ คือ 77mm
ฮูดเป็นแบบกลีบดอกไม้
โฟกัสใกล้สุดจากหน้าเลนส์ถึงวัตถุ อยู่ในช่วง 24 cm
รูรับแสงเริ่มต้นที่ f/4-f/5.6 และสามารถปรับได้แคบสุดที่ f/22
กำลังขยายมีอัตราส่วนที่ 1:6.7
น้ำหนักโดยรวมของเลนส์ คือ 470 กรัม
ซื้อมาแล้ว ได้อะไรบ้าง
1. กล่องกระดาษ
2. บอดี้เลนส์ SIGMA 10-20mm.
3. ฮูดกลีบดอกไม้
4. ฝาปิดหน้าเลนส์
5. ฝาปิดท้ายเลนส์
6. กระบอกผ้ากันกระแทก สำหรับใส่เลนส์
7. คู่มือการใช้งาน
8. ใบสีฟ้า world-wide sigma service warranty
9. ใบ Warranty Card
10. ใบรับประกัน จากบริษัท Jebsen & Jessen (หากซื้อในไทยนะ)

. . . .
. . .
. .
.
วั ส ดุ แ ล ะ ก า ร อ อ ก แ บ บ
... เลนส์ตัวนี้ จัดอยู่ในประเภท อ้วน - เตี้ย - สั้น ทำให้หน้าตาดูดุดัน เวลาจับถือแล้วกระทัดรัด กระชับมือ
การประกอบชิ้นงานของตัวเลนส์ ช่วงร่องหรือรอยต่อต่างๆของวงแหวนกับตัวบอดี้ ทำได้ดี
รอยต่อภายนอกแนบกันสนิท และภายในยังทำระบบป้องกันฝุ่นกั้นไว้ ทำให้ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องฝุ่นในเลนส์
เพราะจากที่มองดูด้วยสายตาและใช้งานแล้ว โอกาสที่ฝุ่นจะเข้ามาตามขอบวงแหวนหมุน คงยากอยู่
เรื่องแบบนี้ ต้องดูกันต่อไประยะยาว เพราะหลายๆคนยังรู้สึกไม่ค่อยดีกับเลนส์ยี่ห้อนี้นัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่น รา ฝ้า
แต่ส่วนตัวแล้ว ผมว่า เลนส์ของ Sigma ที่ออกมาช่วงหลังๆ ทำเลนส์ได้ดีกว่าสมัยก่อนมากๆเลยนะ ...
... ตัวบอดี้เคลือบผิวด้วยลายพ่นทราย สีดำอ่อนออกเทา มีเม็ดสีเงินสะท้อนแสงผสมอยู่ ตามสไตร์เลนส์เกรดโปรรุ่นใหม่
แต่เมื่อจับๆลูบๆแล้ว จะไม่สากมือ หรือ ดูดีขนาดเลนส์พ่นทรายเกรดโปรของนิคอน
(อย่างพวกผิวพ่นทราย ของ Nikon 85mm 1.4D หรือ Nikon 135mm อะไรพวกนั้น ต้องยอมรับว่าผิวของมัน สวยจริงๆ)
ผิวของเลนส์ซิกม่า10-20 ตัวนี้ เป็นรอยจากการขูดขีดได้ยากเพราะโค้ทผิวมาดีทีเดียว (ลองเอาเล็บขูดดู จะไม่พบปัญหาเลย)
ไม่เหมือนอย่างผิวของ Sigma บางตัว เลนส์หลายตัวของ Sigma ที่ผมเล่นมา บางตัวแค่เล็บสะกิดก็เป็นรอยแล้ว
แต่ยังไงก็ตาม อย่าได้ลองเอาเล็บไปขูดเล่นเชียวนะ ไม่งั้นเลนส์จะมีราคีซะป่าวๆ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน หุ หุ
. . . ถึงแม้ว่าผิวเคลือบจะเป็นรอยขูดได้ยากก็ตามที แต่ผิวแบบนี้แหล่ะ จะเกิดรอยคราบเหมือนสีด่างๆได้ง่าย (เหมือนเอายางลบไปถู)!!!
ใช้แล้วผิวจะเก่าง่ายไปหน่อย เลนส์จะดูหมองคล้ำ ทำให้เวลาใช้งานหรือเก็บเข้ากระเป๋ากล้อง
ต้องมัวมาคอยระแวงกลัวเลนส์จะช้ำ มันรู้สึกเสียอารมณ์ตอนออกทริปถ่ายรูปเป็นบ้าเลย ...
... ก็ไม่รู้ว่า SIGMA ยัดเลนส์มายังไง ถึงได้ทำเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสได้กว้างขนาดนี้ แต่หน้าเลนส์ตัวนี้กลับมีขนาดแค่ 77มม.
ซึ่งหน้าเลนส์ 77มม นี้เอง ทำให้สามารถหาซื้อฟิลเตอร์ขนาด 77มม ที่มีขายตามร้านกล้องทั่วไปและราคาไม่แพงจนเกินไปนัก
เพื่อมาเล่นกับเลนส์ตัวนี้ได้ ...
... ที่ขอบปลายกระบอกเลนส์ ถัดมาจากร่องเกรียวสวมฮูด บริเวณด้านหน้าของวงแหวนโฟกัส
มี เ ส้ น ค า ด แ ถ บ สี ท อ ง เพื่อบ่งบอกความเป็นเลนส์เกรดโปรตามสายพันธุ์ EX ของยี่ห้อ SIGMA ...
... ซิกม่าวาง ว ง แ ห ว น โ ฟ กั ส ไว้ที่ช่วงปลายของเลนส์ ต่อจากขอบฟิลเตอร์
ความหนืดของวงแหวนโฟกัสกำลังดี การหมุนหาโฟกัสทำได้ราบรื่น นุ่มนวลมากๆ ไม่มีสะดุด
และสามารถปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเปลี่ยนสวิทช์ ออโต้/แมนนวล
... Sigma10-20 ตัวนี้ เวลาหมุนหาโฟกัส หน้าเลนส์จะไม่หมุนนะ
ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งานร่วมกับ Filter C-PL ...
... ส่วน ว ง แ ห ว น ซู ม เป็นยางเซาะล่องแนวยาว วางค่อนมาทางท้ายกระบอกเลนส์
เนื่องจากช่วงความกว้างของยางวงแหวนซูม ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จึงพอดีกับนิ้วมือ
แต่เมื่อหมุนซูมเข้า-ซูมออก จะรู้สึกว่าหนืดนิดๆ ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร (วงแหวนโฟกัสจะลื่นกว่า)
... ตัวเลนส์ที่ออกแบบมาสั้นไป ทำให้ ว ง แ ห ว น ซู ม อยู่ติดกับท้ายเลนส์มาก จึงทำให้ลำบากเวลาใช้งาน
เพราะตอนหมุนวงแหวนซูมนั้น มือกับนิ้วเกือบจะติดกับตัวบอดี้กล้อง ตรงนี้ใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ... มันอึดอัด!!!
... เวลาหมุนวงแหวนซูม กระบอกเลนส์จะยื่นออกมาเพียงนิดเดียว ทำให้เมื่อมองรวมๆแล้วดูสวยงามเวลาสวมฮูด
โดยที่วงแหวนซูมจะมีตัวเลขสีขาว บอกทางยาวโฟกัส 5 ค่า คือ 10, 12, 14, 17 และ 20mm ตามลำดับ ...
... ยังไงก็ตาม ผมว่านะ Sigma ออกแบบมาดีแล้วหล่ะ ที่วางวงแหวนซูม ไว้ที่ท้ายเลนส์
ทำให้การใช้งานขณะเก็บฮูด ไม่รู้สึกติดขัด สามารถหมุนซูมเข้า-ออก ได้โดยไม่ติดฮูด ...
อย่างเลนส์บางตัว ที่ผมเคยใช้ ออกแบบขนาดวงแหวนซูมมาเล็กนิดเดียว เวลาต้องการใช้งานจะหมุนลำบากมากเลย
เพราะตอนที่ใช้นิ้วหมุน แต่กลับรู้สึกเหมือนใช้ นิ้วคีบ ซะมากกว่า เลนส์บางตัวออกแบบ วงแหวนซูม เล็กๆยังไม่พอนะ
ยังเอาส่วนนี้ ไปวางที่ช่วงปลายของบอดี้ แบบนั้นตอนเก็บฮูดแล้วหมุนซูม ลำบากเป็นบ้าเลย ...
... ยิ่งผมมันเป็นประเภทติด C-PL เดี๋ยวใส่ เดี๋ยวถอด ทำให้มีปัญหาเรื่องการเก็บฮูดมาก
ก็ไอ้ตอนที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ C-PL หรือ ND ต้องคอยมานั่งเก็บฮูดลงกระเป๋า จะเสียบเก็บไว้กับตัวเลนส์เลยก็ไม่ได้
เพราะไม่งั้นจะใช้วงแหวนซูมลำบากมาก แถมบางครั้ง หลงๆลืมๆ วางฮูดทิ้งไว้ ก็ตั้งหลายครั้ง!!
ทำให้พวกเลนส์ที่ออกแบบ ว ง แ ห ว น ซู ม ไว้ที่ท้ายเลนส์แบบนี้ ถูกใจผมมากเลย ...

:: เลนส์ Sigma 10-20mm f/4-5.6 EX DC HSM เมื่อหมุนซูมเข้า-ออก
กระบอกเลนส์จะยื่นออกมาเพียงนิดเดียว และหน้าเลนส์จะไม่หมุนตามเวลาหาโฟกัส ::
... ที่กลางลำตัวของเลนส์ จะมี ส เ ก ล บ อ ก ร ะ ย ะ โ ฟ กั ส แสดงบอกระยะเป็น ฟุต และ เมตร
ไอ้สเกลตัวนี้ คนรุ่นใหม่หรือนักถ่ายภาพที่ใช้กล้องรุ่นใหม่ๆอาจไม่สนใจ หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีไว้ทำไม
แต่ถ้าเป็นพวกที่ใช้เลนส์รุ่นเก่าๆ หรือ พวกโฟกัสด้วยระบบแมนนวลเก๋าๆ เค้าจะใช้สเกลตัวนี้นี่แหล่ะ
เอาไว้ดูค่าเพื่อบอกว่าระยะจากกล้องถึงวัตถุที่ถ่าย ว่ามันไกลกันขนาดไหน?
แล้วนำมาคำนวนค่าต่างๆในการถ่ายรูปนั่นเอง ...
... ส่วน ฮูด ของ Sigma 10-20 ตัวนี้ เป็น ฮู ด แ บ บ ก ลี บ ด อ ก ไ ม้
มองๆดูแล้วก็สวยดี แต่ทำออกมาหนาไปนิด และบานน้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับ ฮูดจากเลนส์ค่าย
เวลาเสียบเข้า ถอดออก จะลำบากนิดนึง เนื่องจากความหนาของร่องเกรียวมีน้อยไปนิด
... จริงๆแล้วขณะที่เสียบใช้งาน ก็ไม่มีปัญหาเรื่องฮูดบังเลนส์ อะไรหรอกนะ
เพียงแต่ความหนามัน ดูแล้วบั่นทอนความสวยงามไปนิด เท่านั้นเอง ...
... ขนาดของ เลนส์อ้วนๆกับฮูดหนาๆ เมื่อเสียบเข้าชุดกันแล้ว ก็แลดูเข้ากันดีใช้ได้เหมือนกัน
ไม่เหมือนเลนส์บางตัว ที่ตัวเลนส์เล็กนิดเดียว แต่ฮูดใหญ่บักเฮิ้มเลย
ถึงจะตรงตามการคำนวนเรื่องแสงตกกระทบ แต่ดูแล้วมันแหม่งๆด้านความสวยงาม ...
... เรื่องความสวยงามเล็กๆน้อยๆบนตัวเลนส์ ที่ดูแล้วไม่ค่อยได้เรื่องอีกอย่าง
คือ ที่ด้านข้างของเลนส์ จะมีพลาสติกเขียนว่า EX / SIGMA ติดเอาไว้
ผมว่าตรงนี้ทำไม่ได้เรื่องเลย เพราะมันเหมือนรูปลอกสติกเกอร์มากๆ
ยิ่งถ้าหลุดลอกไปหล่ะ ซวยแย่เลย!! สู้ทำเป็นอักษร ให้มันนูนขึ้นมา ซะยังจะดีกว่า ...
... อีกจุดคือ การประกอบชิ้นงานตัวพลาสติกใสของ สเกลบอกระยะโฟกัส กับตัวบอดี้
ยังทำได้ไม่เรียบร้อย ดูแล้วมันไม่เนียน ดูแล้วมันไม่เหมือนเลนส์เกรดโปร ...
เอ้ออ... สำหรับเลนส์ Sigma 10-20 รุ่นนี้ จะมีสวิตซ์ควบคุมระบบการโฟกัส
ว่าจะให้ปรับระบบโฟกัสเป็น แบบแมนนวล หรือ แบบออโต้ ติดอยู่ที่ท้ายเลนส์ด้วยนะ
แต่ว่า!! สวิตซ์ตัวนี้ จะมีแต่เฉพาะเลนส์ที่เป็นเมาท์ของ Canon กับ Sigma เท่านั้น
ส่วนเลนส์เมาท์ Nikon จะไม่มีสวิตซ์ตัวนี้ !! ชาวนิคไม่ต้องตกใจถ้าซื้อมาแล้วหามันไม่เจอ !!
แปลกดีเน๊อะ ... ??

สรุปแล้ว
. . . วัสดุที่ใช้ทำตัวบอดี้ของเลนส์ SIGMA 10-20 ตัวนี้ อยู่ในระดับดี ตามสไตร์เลนส์เกรดโปรของ Sigma
รูปทรงและการจัดวาง ออกมาแบบมาได้ดีประมาณหนึ่ง จะมีให้ติบ้าง ก็เรื่องการโค๊ทผิวกับการเก็บชิ้นงานเล็กๆน้อยๆ
. . . โครงสร้างโดยรวมของเลนส์ แน่นหนา บึกบึน แข็งแรง ลองเขย่าดูเล่นๆ ไม่พบว่ามีเสียงคลอนของกระบอกแต่อย่างใด
เรียกได้ว่า โครงสร้างของเลนส์ตัวนี้ ปึ้ก มาก!! เมื่อนำมาประกบกับบอดี้กล้อง ดูแล้วสวยงามเข้ากันได้ดี แน่นปั๋งเลยทีเดียว . . .
... ลองดูขนาดเปรียบเทียบกับเลนส์ตัวอื่นหน่อยแล้วกัน
ดูว่าถ้าเทียบกันแล้ว สูง-ต่ำ ดำ เตี้ย ต่างกันขนาดไหน ...???

... เจ้า Sigma 10-20 ตัวนี้ มีความสูงพอๆกับ Nikon 18-70 ต่างกันเพียงความอ้วนของกระบอกเลนส์เท่านั้นเอง
เมื่อนำมาเทียบกับ Nikon 12-24 แล้ว ซิกม่าจะสั้นและอ้วนกว่า แถมมีน้ำหนักเบากว่า Nikon 12-24 นิดหน่อย
แต่เวลาใช้งานจริงๆแล้ว แทบไม่รู้สึกถึงความต่างของน้ำหนักเลย ...

เมื่อวางเทียบกับเลนส์เดี่ยวซุปเปอร์ไวด์ อย่าง Nikon Fisheye 16mm f/2.8 มองดูแล้วต่างกันราว พ่อกับลูก เลยทีเดียว ...
|